ไล่เจ้าอาวาสวัดอุทุมพร






มีหัวข้อที่น่าสนใจมาก จากหนังสือพิมพ์ผู้จัดการออนไลน์ (1 กุมภาพันธ์ 2558 12:45 น.) ชื่อ “ฮือไล่เจ้าอาวาส “วัดอุทุมพร” ชี้ใช้วัดทำพุทธพาณิชย์-สร้างพระราหู ขัดความเชื่อท้องถิ่น

เนื้อข่าวก็มีสั้นๆ ดังนี้  ภาพข่าวก็นำเสนอไปแล้วด้านบน

เมื่อเวลา 10.00 น. วันนี้ (1 ก.พ.) ที่บริเวณหน้าวัดอุทุมพร บ้านท่าเดื่อ ม.12 ต.พิชัย อ.เมืองลำปาง ชาวบ้านกว่า 100 คน ทั้งเด็ก ผู้ใหญ่ ผู้สูงอายุ พร้อมรถติดตั้งเครื่องเสียง

ได้มารวมตัวกันถือป้ายขับไล่พระอาจารย์ปลัดณัฐนันท์ ฐิตเมโธ เจ้าอาวาสวัดอุทุมพร ให้ออกจากตำแหน่งเจ้าอาวาส และให้ออกจากวัดทันที
      
กลุ่มชาวบ้านที่มารวมตัวกันระบุว่า หลังจาก นายจรูญ ปัญญาชื่น อดีตกำนันตำบลพิชัย อ.เมืองลำปาง ได้นิมนต์พระอาจารย์ปลัดณัฐนันท์ ฐิตเมโธ มาเป็นเจ้าอาวาส ณ วัดแห่งนี้เมื่อ 10 ปี

เจ้าอาวาสก็ได้ดำเนินงานต่างๆ ในวัดทั้งหมดโดยไม่อนุญาตให้คณะกรรมการหมู่บ้านเข้ามาร่วมดูแล หรือตรวจสอบแต่อย่างใด ทั้งยังไม่มีการชี้แจงเรื่องการเงินแม้แต่ครั้งเดียวตั้งแต่เข้ารับตำแหน่งเจ้าอาวาส
      
ล่าสุด ได้มีการจัดทำองค์พระราหูขนาดใหญ่ขึ้นภายในวัด ซึ่งผู้เฒ่าผู้แก่ระบุว่า เป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง เนื่องจากขัดต่อประเพณีดั้งเดิมที่เชื่อกันว่า

หากใครที่มีเคราะห์ก็จะใช้วิธีส่งราหูเพื่อปลดปล่อย แต่ไม่ใช่การบูชาราหู ที่เป็นสิ่งไม่ดี แต่ทางเจ้าอาวาสก็ยังจัดงานหาเงิน และก่อสร้างจนสำเร็จ

นอกจากนี้ ยังใช้วัดในการดำเนินงานด้านพุทธพาณิชย์มากกว่าการทำให้เป็นศูนย์รวมของประชาชน พร้อมกับสร้างความแตกแยกให้แก่คนในหมู่บ้านอีกด้วย
      
ดังนั้น ชาวบ้านจึงต้องการให้เจ้าอาวาสลาออก โดยที่จะไม่ตรวจสอบเส้นทางการเงิน แต่หากไม่ยอมลาออกก็จะขอตรวจสอบการเงิน และทรัพย์สินทั้งหมด

พร้อมกับจะพากันเข้าไปเอาตัวเจ้าอาวาสออกไปจากวัดภายในวันนี้ให้ได้
      
ขณะที่พระอาจารย์ปลัดณัฐนันท์ ได้ปฏิเสธว่า ตนเองไม่ได้ทำอะไรผิด หลังจากที่เข้ามาเป็นเจ้าอาวาสก็ได้จัดงานต่างๆ เพื่อที่จะสร้างให้วัดเป็นที่เชื่อถือ และเป็นที่รู้จักของคนบุคคลทั่วไป

ซึ่งการจัดงานแต่ละครั้งก็ได้เงินเพียงเล็กน้อยเท่านั้น แถมในบางครั้งก็ยังต้องใช้หนี้อีกจำนวนมากด้วย
      
ล่าสุด ทางฝ่ายปกครองโดย นายวิรุฬห์ สิทธิวงศ์ ปลัดอำเภอเมืองลำปาง พ.ต.อ.นิคม เครือนพรัตน์ ผู้กำกับการ สภ.เมืองลำปาง และตัวแทนทหารจากมณฑลทหารบกที่ 32 จะเข้ามาไกล่เกลี่ย และขอเจรจาร่วมกับทั้ง 2 ฝ่ายแล้ว

โดยเจ้าอาวาส จะยอมออกจากวัดไปก่อน แต่ชาวบ้านยังคงปักหลักอยู่ในวัด เพื่อรอให้เจ้าอาวาสออกจากวัดให้ได้ในวันนี้โดยที่จะไม่มีการเจรจาใดๆ อีกแล้ว

ข้อวิพากษ์วิจารณ์มีเพียงสั้นๆ แค่นี้คือ

ไล่ข้าราชการสำนักพุทธศาสนาแห่งชาติออกให้หมด  ยุบเถรสมาคมให้หมด  ขุนนางพระก็ยุบให้หมด 

แล้วเอาชาวบ้านท่าเดื่อ หมู่ที่ 12 ต.พิชัย อ.เมืองลำปาง ไปบริหารงานแทน ศาสนาพุทธจะเจริญกว่านี้






เทพทันใจกับความโง่ของคนไทย




เรื่องของเรื่อง มีความเป็นมาดังนี้

สภาศิลปินส่งเสริมพระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทย กับ สโมสรนักพยากรณ์แห่งประเทศไทย รวมหัวกันจัดงาน “เสริมสิริมงคล เปิดศักราช รับปีใหม่” ระหว่างวันที่ 3 - 9 ม.ค. 2558 ที่สนามหลวง

ในงานก็มีการเอาหมอดูมาดูดวงให้กับประชาชน นำหุ่นขี้ผึ้งพระอริยสงฆ์มาให้ประชาชนสักการบูชา 

เมื่อพิจารณาอย่างคร่าวๆ แล้ว ก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร แต่ปรากฏว่า มีปัญหาขึ้นมา 2 ประการ

ประการแรก ก็คือ หมอดูคนหนึ่ง คือ แก้หมอซันแก้ผ้าดูดวง  หมอซันแกไม่ได้แก้เอง แต่ให้คนที่มาดูหมอ ถอดเสื้อผ้าให้เหลือน้อยชิ้นที่สุด  หมอซันเรทเอ็กซ์ แกถึงจะดูให้ (ดูภาพด้านบน)

ประการที่สอง คือ มีการนำเอาเทพทันใจ “นัต” ผีของพระพม่ามาให้คนไทยได้กราบไหว้ด้วย  ใครไม่รู้จัก “นัต” ผีพม่ามาก่อน ก็อ่านด้านล่างนี้เลย

นัต หรือเทพผู้คุ้มครองรักษาบันดาลโชค

นัตหรือเทพเทวาอารักษ์ผู้คุ้มครอง ที่คนพม่าเคารพนับถืออันสืบเนื่องมาตั้งแต่สมัยโบราณ ตั้งแต่ก่อนพุทธศาสนาจะเข้ามาโดยเทพแห่งนี้

มักจะเป็นคนที่เคยสร้างความดี หรือมีวีรกรรมน่าประทับใจ และเป็นวิญญาณยังมีความห่วงใยในภาระหน้าที่บ้านเมืองและผู้คนเบื้องหลัง ทำให้ไม่อาจไปเกิดได้

ดังนั้น จึงกลายเป็นนัต ที่จะคอยคุ้มครองรักษาบ้านเมือง หรือสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ต่างๆ

ในสมัยพระเจ้าอนิรุธมหาราช (พระเจ้าอโนรธา ) ทรงรวบรวม นัต ที่มีผู้คนนับถือมาก รวมถึง ๓๖ องค์ จัดให้เป็นมหาคีรีนัต เทพประจำอาณาจักร

โดยให้มี นัตตัจจาเมงนัต หรือพระอินทร์เป็นราชาแห่งนัตทั้งหมด และเป็นนัตผู้ที่คุ้มครองพระพุทธศาสนาอีกด้วย 

นัต ในเมืองพม่า สำหรับคนไทยจะรู้จักกันดีคือ นัตโบโบจี (เทพทันใจ) แห่งวัดโบดาทาวน์ ด้วยเหตุที่ท่านสามารถดลบันดาลให้แก่ผู้ที่มีความทุกข์ร้อน ที่เข้าไปอธิษฐานขอพรจากท่านก็มักจะได้ผลรวดเร็วทันใจ อย่างที่ใจนึก

จะเห็นว่า “นัต” อันเป็นผีพม่านั้น ถ้าเปรียบกับผีไทย แล้วก็คือ ผีเจ้าพ่อ เจ้าแม่ เจ้าทุ่ง เจ้าป่า เจ้าเขา ฯลฯ ทำนองนั้น

เรื่องนี้ เมื่อวิเคราะห์ดู ผู้ที่จัดงานนี้แล้ว ผมไม่สงสัยอะไรเลย ที่งานมันจะออกมามีเรื่องราวฉ่าวโฉ่ถึงขนาดนั้น

สภาศิลปินส่งเสริมพระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทย จะมีปัญญาในระดับไหน ก็รู้ๆ กันอยู่  พวกนี้ก็คือ อาศัยภาพการเป็นดารา เพื่อพยายามหาเงิน  ครั้งนี้ก็พยายามเอาของแปลกมาบ้าง เพื่อการตลาด

สโมสรนักพยากรณ์แห่งประเทศไทย พวกนี้ก็ดูดวงเป็นอาชีพอยู่แล้ว  ทำงานอะไรออกมาแต่ละครั้ง ก็เพื่อเรียกลูกค้ามาให้ดูดวงกันทั้งนั้น

ปรากฏว่า เมื่อมีคนโวยมากเข้า กรุงเทพมหานครเจ้าของสถานที่ ก็ต้องมีการปรับปรุงคือ เอา “เทพทันใจ” ออกไปจากงาน

ถ้าเรื่องมีแค่นี้ ก็ไม่มีปัญหาอะไร แต่ปรากฏว่า มีคนไปตั้งกระทู้ในเว็บพันธุ์ทิพย์ ชื่อ “นึกจะทำอะไรก็ทำหรือ (วันนี้ที่ท้องสนามหลวง)” 

คนตั้งกระทู้ใช้ชื่อว่า “หยอยศรี”  แกตั้งชื่อของแกอย่างนั้นจริงๆ  ผมไม่ได้ “มโน” อะไรทั้งสิ้น พยายามอ่านให้มันดีๆ หน่อยก็แล้วกัน

เนื้อหากระทู้ที่แก tag ว่า ร้องทุกข์ ปัญหาสังคม ทำบุญ  ก็มีดังนี้

วันนี้เราได้ไปที่ท้องสนามหลวงค่ะ ซึ่งตอนนี้จัดงานอยู่ ดิฉันตั้งใจมาไหว้หลวงพ่อทันใจ จึงไปยืนต่อแถวตั้งแต่ 10 โมงกว่า (ซึ่งแถวยาวมากๆ)

จู่ๆ ก็มีเจ้าหน้าที่ของ กทม. ใส่ชุดเทศกิจ ถอยรถปิคอัพจะมานำหลวงพ่อทันใจกลับไป โดยไม่ได้มีหมายกำหนดเวลาประกาศก่อนเลยด้วยซ้ำ

ประชาชนหลายร้อยคนที่ต่อแถวท่ามกลางแสงแดดที่แรงมาก ต่างตกใจและรู้สึกไม่พอใจอย่างยิ่ง บางท่านถึงกับโวยวายเสียงดัง

เนื่องจากอยู่ดีๆ นึกจะย้ายก็ย้ายท่าน แล้วคนที่รอมาตั้งนานใกล้จะได้ขอพรท่านล่ะคะ

อย่างดิฉันยืนรอตากแดดประมาณ 2 ช.ม. กว่าๆ อีกประมาณ 30 คนก็จะได้ไปกราบสักการะท่านแล้ว และยังมีคนต่อหลังดิฉันอีกหลายร้อย

ยอมรับค่ะว่าโกรธ งานบุญแท้ๆนะ ไม่น่ามีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้น ขอตินะคะ ว่าทำงานไม่เป็นระบบเลยค่ะ นึกจะทำอะไรก็ทำ ไม่สนใจประชาชนเลย ฝากไว้ให้ปรับปรุงด้วยค่ะ

ป.ล.ใครอยู่เหตุการณ์เดียวกับเรา มาเล่ากันได้ค่ะ

อีนาง “หยอยศรี” คนนี้ เป็นตัวแทนของคนไทยโง่ๆ ได้เป็นอย่างดี  คือ  ขอให้มึงบอกว่า ศักดิ์สิทธิ์ “กูไหว้หมด”  ไม่ได้มีสติสตัง หรือสติปัญญาพิจารณาเลยว่า มันสมควรหรือไม่

ในประเด็นของสิ่งศักดิ์สิทธิ์แล้ว ผมขอยืนยันว่า สิ่งศักดิ์สิทธิ์ในประเทศไทยนั้น ดีที่สุดในอนัตตจักรวาลแล้ว  

ไม่ต้อง “เสือก” ตะเกียกตะกายไปไหว้ที่ไหนอีกแล้ว

ผมเคยไปสอนปฏิบัติธรรมที่ประเทศพม่ามาแล้ว  ขากลับมานั้น จักรพรรดิของประเทศพม่า มากับผมเกือบหมดประเทศ

บางกลุ่มบางคณะท่านมีภารกิจที่จะต้องดูแลศาสนาพุทธที่นั่น  ผมก็เชิญท่านให้มาเรียนวิชาธรรมกายก่อน  แล้วค่อยกลับไปทำหน้าที่  ท่านก็มาตามคำเชิญ

ความโง่ของคนไทยที่ “ไหว้ดะ”  อย่างเช่นอีนาง “หยอยศรี” คนนี้ ทำให้พวกมารมีกำลังบารมีมากขึ้น  ดังนั้น การ “ไหว้ดะ” จึงอาจส่งผลเสียต่อชีวิต ทั้งในปัจจุบันและอนาคตได้

อีนาง “หยอยศรี” เมื่อตายไปแล้ว คงจะไปนรกเสียเป็นแน่แท้  ไม่รู้แกจะไปโวยวายยมบาลหรือเปล่าก็ไม่รู้






"แปลก" - "ธรรมดา" กรณีโปลิสจับตำรวจ


ตอนนี้ข่าวอาชญากรรมที่ดังที่สุดก็คือ ข่าวที่ พล.ต.ท. พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์และพรรคพวก รวมเป็น 12 คน ถูกจับในข้อหาที่เหมือนกันบ้าง แตกต่างกันบ้าง

เฉพาะ พล.ต.ท. พงศ์พัฒน์และ พล.ต.ต. โกวิทย์ถูกแจ้งข้อหาเหมือนกันคือ

- ทำความผิดฐานร่วมกันหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท หรือผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ฯ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112,

- เป็นเจ้าพนักงานใช้อำนาจในตำแหน่งโดยมิชอบ ข่มขืนใจหรือจูงใจ เพื่อให้บุคคลใด มอบให้หรือหามาให้ซึ่งทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดแก่ตนเอง หรือผู้อื่น ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 148,

- เป็นเจ้าพนักงานเรียกรับ หรือยอมจะรับ ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใด สำหรับตนเองหรือผู้อื่นโดยมิชอบ เพื่อกระทำการหรือไม่กระทำการอย่างใดในตำแหน่ง ไม่ว่าการนั้นจะชอบหรือไม่ชอบด้วยหน้าที่ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 149,

- เป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติ หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157,

- จัดให้เล่นการพนัน (ถั่วครอบ) พนันเอาทรัพย์สินกันโดยไม่ได้รับอนุญาต ตามพระราชบัญญัติการพนัน พ.ศ. 2478 มาตรา 12 (1) และ

- ความผิดฐาน ฟอกเงิน ตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 มาตรา 3 (5), (9) มาตรา 5 (1), (2) และมาตรา 60

ว่ากันถึงเรื่องแปลกก่อน

คนที่ออกคำสั่งให้จับในคดีหลายคดีดังกล่าวก็คือ พล.ต.อ. สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผบ.ตร. คนปัจจุบัน ซึ่งเป็นเพื่อนร่วมรุ่นโรงเรียนนายร้อยตำรวจรุ่นที่ 31 ของ พล.ต.ท. พงศ์พัฒน์เอง  ซึ่งก็นับว่าเป็นเรื่องแปลกเล็กๆ อันหนึ่ง

ในมุมมองของผมนั้น ที่ว่าแปลกก็คือ  ผมรู้สึกว่า พล.ต.ท. พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์และพรรคพวก เหมือนจะ "ยินยอม"  และให้ความร่วมมือเป็นอย่างดีในการถูกจับในครั้งนี้

ข่าวที่ออกมานั้น จำเลยทุกคนสารภาพไปแล้วด้วย  นี่คือ เรื่องแปลกจริงๆ

พล.ต.ท. พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ ท่านเป็นตำรวจที่ "เก่ง" มากของกรมตำรวจเลยทีเดียว ตำแหน่งก่อนที่จะถูกจับก็คือ ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง

ขอให้ดูประวัติงานที่สำคัญๆ ของพล.ต.ท. พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ กันก่อน  เอามาจากข่าว พล.ต.ท. พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ ประวัติ เจ้าพ่อสอบสวนแห่งวงการตำรวจ ของว็บ kapok.com

- คดีธนบัตรดอลลาร์ปลอมที่ทำได้เหมือนที่สุดในประวัติศาสตร์ของอเมริกา คดีนี้กลายเป็นคดีประวัติศาสตร์ของประเทศอเมริกา

- คดีเครือข่ายการค้ายาเสพติดรายใหญ่ของโลก ยึดทรัพย์สินได้ประมาณ 800 ล้าน ถือเป็นคดีประวัติศาสตร์ของเมืองทรีออล ประเทศแคนาดาเลยทีเดียว

- คดีทลายโรงงานผลิตยาบ้ารายใหญ่ 7 แห่ง (ในช่วงปี 2530-2531)

- คดีข่มขู่ผู้บริหารบริษัท เทสโก้ โลตัส สำนักงานใหญ่ในประเทศอังกฤษ

- คดีปล้นทรัพย์ร้านทองนวนคร

- คดีฆาตกรต่อเนื่องที่เป็นผู้หญิงรายแรกในประเทศไทย

- คดีฉ้อโกงบริษัทประกันภัย

- คดีร่วมกันจัดหาและรวบรวมทรัพย์สินเพื่อการก่อการร้าย

- คดีทุจริตการจัดซื้อของหลวงระดับชาติ

ถ้าจำไม่ผิด พล.ต.ท. พงศ์พัฒน์ น่าจะเป็นคนจับกำนันเป๊าะ เจ้าพ่อชลบุรีด้วย

จากประวัติการทำงานของ พล.ต.ท. พงศ์พัฒน์และจาก "เหตุการณ์" ต่างๆ ที่ส่งผลเสียต่อพล.ต.ท. พงศ์พัฒน์ และเกิดก่อนการจับกุม พล.ต.ท. พงศ์พัฒน์  เช่น มีการโยกย้ายตำแหน่ง  และมีการยุบหน่วยเฉพาะกิจต่างๆ เป็นต้น

พล.ต.ท. พงศ์พัฒน์จะไม่รู้อะไรเลยหรือว่า อนาคตอันเลวร้ายของตนจะเป็นอย่างไร

อย่างน้อย ผบ.ตร. ซึ่งเป็นเพื่อนร่วมรุ่น ร่วมเรียน ร่วมกินกันมา จะไม่มีการบอกใบ้อะไรบ้างเลยหรือไร

เรื่องที่แปลกสุดๆ ก็คือ ดูเหมือนว่า จำเลยจะยอมรับผิดอย่างเดียว ไม่โต้แย้งหรือให้ข่าวด้วยประการใดๆ เลย

ทรัพย์สมบัติอยู่ที่ไหนก็บอกหมด บ้านทั้งหมด 12 หลังก็บอกหมด  คนที่ถือกุญแจเซฟอยู่ถึงอเมริกา  ก็บินกลับมาเมืองไทย เพื่อมาไขตู้เซฟให้

ผมสงสัยว่า ทำไมให้ความร่วมมือ "ดี" ถึงอย่างนั้น

ผู้ที่พยายามให้ข่าวออกมาบ้าง เมื่อถูกย้ายก็คือ พ.ต.อ.อัครวุฒิ์ หลิมรัตน์ ก็มาตายกะทันหันด้วยสาเหตุ "กระดูกสันหลังส่วนอกหักหลายชิ้น เนื่องจากตกจากที่สูง"

ที่แปลกหนักเข้าไปอีก ก็คือ เมื่อได้หนังสือรับรองการเสียชีวิตจากโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า
แล้ว ก็มีการนำศพของ พ.ต.อ.อัครวุฒิ์ หลิมรัตน์ ไปตั้งที่เมรุวัดหลักสี่ เมื่อเวลา 13.30 น. และฌาปนกิจศพในเวลา 14.00 น.

ขอย้ำว่า ศพเอาตั้งไว้ที่เมรุเลย ไม่ได้เอาไปไว้ที่ศาลาการเปรียญตามเหตุการร์โดยทั่วไป  ตั้งเสร็จเรียบร้อยแล้ว ก็เผากันเลย

มาถึง ณ วันนี้  เห็นข่าวว่าจะมีการจับกุมผู้ต้องหาเพิ่มขึ้นอีก  ตามที่ตำรวจจะสอบสวนไปถึง

ที่กล่าวมาข้างต้นนั้นคือ เรื่องแปลกๆ  ที่ไม่ค่อยได้พบเห็นกันนัก  เพราะส่วนใหญ่แล้ว จำเลยมักจะต่อสู้ทุกวิถีทางเท่าที่จะทำได้ 

ยิ่งมีตำแหน่งหน้าที่ใหญ่ๆ ด้วยแล้ว โอกาสที่จะติดคุก หรือยอมรับสารภาพแบบนี้ ไม่ค่อยได้มีให้เห็นกันนัก

เราจึงเห็นนักการเมือง หรือข้าราชการใหญ่ มักจะหนีไปต่างประเทศมากกว่าที่จะยอมรับความผิด ตัวอย่างก็คงไม่ต้องยก เพราะ ตอนนี้ก็มีหลายคนอยู่

ต่อไปคือเรื่องธรรมดา

ผมเคยเขียนไปหลายครั้งแล้วในบทความของผมว่า ต่อไปประเทศไทยจะดีขึ้น

พวกที่กระทำความชั่วทั้งหลาย ไม่ว่าจะโกงกินบ้านเมือง โกงกินศาสนา หรือทำความชั่วด้วยประการใดๆ ก็ตาม จะต้องมีอันเป็นไป เช่น ล้มหายตายจากไปบ้าง ถูกจับบ้าง ฯลฯ เป็นต้น

พวกที่ล้มหายตายจากไปเลย ก็โคตรหนักหน่อย เพราะการใช้กรรมในนรกนั้นหนักหนาสาหัสกว่าบนโลกนี้มาก

พวกที่ถูกจับและถูกลงโทษในโลกมนุษย์นี้บ้าง อย่างเช่นกลุ่มของ พล.ต.ท. พงศ์พัฒน์ ตามข่าวนี้ จะโชคดีกว่าพวกที่ตายไปใช้กรรม  เพราะ การใช้กรรมในโลกมนุษย์นี้ ผลของกรรมจะเบากว่า

เรื่องที่เขียนมาในบทความนี้ ยืนยันข้อเขียนของผมได้เป็นอย่างดี

ข้อความทำนองน้อยใจ ของพวกขี้ใจน้อยที่ว่า "ทำดีได้ดี มีที่ไหน ทำชั่วได้ดี มีถมไป" ก็คงต้องเลิกพูดกัน 

ข้อความหลักที่ว่า "ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว" ก็คงจะนำมาใช้อย่างหนักแน่น  คือ กล้าพูดกล้าเขียนอย่างเต็มปากเต็มคำ ไม่พูดอ่อยๆ เหมือนที่ผ่านมา

ถ้าถามผมว่า พล.ต.ท. พงศ์พัฒน์ ถูกใส่ร้ายหรือไม่  

ผมก็คงจะตอบว่า "พล.ต.ท. พงศ์พัฒน์ น่าจะผิดจริง  เพราะ การที่มีสมบัติมากถึงขนาดเป็นพันๆ ล้าน อยู่ในบ้านจำนวนสิบกว่าหลัง

สมบัติมีหลากหลายประเภท มีของเก่าอายุนับพันปี ฯลฯ  มันเป็นไปไม่ได้เลย ที่จะได้สมบัติเหล่านั้น มาอย่างถูกต้อง

คดีนี้ คงทำให้คนชั่วทั้งหลาย เช่น พวกยุให้เผาบ้านเผาเมือง โกงกินศาสนา ฯลฯ เป็นต้น ขนหัวลุกกันเป็นแถว

ป่านนี้ ก็คงหาทางหนีทีไล่กันแล้วว่า จะทำยังไงดี หรือจะหนีไปไหนดี หรือจะเอาสมบัติไปฝังไว้ที่ไหนดี

ขนาดผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง เพื่อนร่วมรุ่นของ ผบ.ตร. ยังโดน แล้วคนอื่นๆ จะเหลือเรอะ...