แผ่นดินไหวเชียงราย


วันที่ 5 พฤษภาคม คือ วันฉัตรมงคล  แต่มีเหตุการณ์แผ่นดินไหวที่ร้ายแรงมาก คือ มีขนาดถึง 6.3 ริกเตอร์  ที่ความลึกประมาณ 7 กิโลเมตร

เท่าที่พูดกัน อาจจะเป็นแผ่นดินไหวที่แรงที่สุดในประเทศไทยเลยก็ว่าได้  แต่ที่เป็นความจริงไปแล้วก็คือ เป็นแผ่นดินไหวที่มีอาพเตอร์ช็อกมากที่สุด

นับถึงวันที่ 14 พฤษภาคม หลังจากแผ่นดินไหว มีอาฟเตอร์ช็อกมากกว่า 700 ครั้ง และหลังจากนั้นมาก็ยังมีอาฟเตอร์ช็อกตามมาอีกหลายครั้ง

ศูนย์กลางของแผ่นดินไหวอยู่ที่ ต. แม่อ้อ อ. พาน จ. เชียงราย  ขอให้ดูภาพความเสียหายด้านล่าง

สิ่งที่ผมออกจะเขียนก็คือ มีความคิดเห็นในผู้จัดการออนไลน์จำนวนมาก บอกว่าเป็นกรรมของคนภาคเหนือ ที่เป็นเสื้อแดงบ้าง เป็นพวกต้องการล้มเจ้าบ้าง 

เมื่อฟังดูเหตุการณ์แล้ว ก็มีความเป็นไปได้ เพราะ มีเสื้อแดงจริง มีพวกล้มเจ้าจริง และเหตุการณ์ก็เกิดในวันฉัตรมงคลเสียด้วย

แต่ก็บางคนแย้งว่า “พวกที่ไม่ได้เป็นเสื้อแดง ไม่ได้เป็นพวกล้มเจ้า ทำไมโดนไปด้วย”  วัดเองก็โดนไปด้วย  เช่น วัดร่องขุ่น เป็นต้น 

ตกลงแล้ว  มันเป็นอย่างไรกันแน่

เรามาดูความเห็นที่ได้รับการกด + ในผู้จัดการออนไลน์เรียงลำดับลงมาเลย ดังนี้

ฟ้าดินลงโทษ วินาศย่อยยับเเน่พวกล้มเจ้า

เชื่อม๊ะ สิ่งศักดิ์สิทธิ์มีจริง

ฝนตกน้ำท่วม ฝนทิ้งผืนดินแห้งแล้ง หนาวเย็นจนเป็นภัยหนาว พายุถล่มไปทั่ว ลูกเห็บกระหน่ำซ้ำเติม ท้ายที่สุดนี้แผ่นดินไหว ขนาด 6 ริกเตอร์

ยังไม่นับว่ามีประชาชนออกมาร่วมกันขับไล่เป็นเรือนล้าน หล่อนก็ไม่ยอมลาออก

เพราะหล่อนท่องบ่นว่า "ดิฉันมาจากการเลือกตั้งค่าาาา"

คนเหนือไม่ใช่แดงทุกคน ผมก็คนหนึ่งที่มาทำงานที่ภาคเหนือแต่เป็นเสื้อเหลืองมานานแล้ว คนที่คอยซ้ำเติมคนทึ่เดือดร้อนเลวยิ่งกว่าคนเสื้อแดงอีกครับ

แจ้งเตือนธรณีสูบพวกสมองหนาปัญญาควายให้หมดไปจากแผ่นดิน หลงไหลคลั่งไคล้พวกกักขฬะหยาบคาย ที่บ่อนทำลายประเทศชาติคิดแบ่งแยกดินแดน...

เป็นสองเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไล่เลี่ยกันกับมหาพายุที่ซัดพวกหัวหน้าควายและพวกควายให้ระเนระนาดที่จังหวัดอุตรดิตถ์...สิ่งศักดิ์สิทธิ์เตือนแล้วนะ

เชียงรายเป็นงี้ กำนันผู้ใหญ่บ้านที่ถูกเกณฑ์มากทม.ได้ค่าเบี้ยเลี้ยงพอซ่อมบ้านไหม

ลางบอกเหตุ..ว่านายกคนเหนีอ... กำลังจะหมดสิ้น...หมดบุญ....

ผมสงสัยจังว่าทำไมเวลาที่เกิดแผ่นดินไหว เวลามัน เกิดไล่เลี่ยกับเวลาที่กำนันพาคนถวายสัตย์พอดิบพอดีเลย

สิ่งศักดิ์สิทธิ์มีจริงครับ พวก กเรวกราช (กะเรวกะราช ขออภัยไม่รู้เขียนถูกหรือเปล่า) กับพวกทำชั่วไว้กับบ้านเมืองระวังตัวไว้นะครับ

จะโดนภัยธรรมชาติไม่ก็โดนธรณีสูบไปเลย ส่วนคนที่คิดดีทำดีต่อชาติบ้านเมืองและพระมหากษัตริย์ก็จะแคล้วคลาดปลอดภัยครับ

มีรายงานข่าวเบื้องต้นที่ยังไม่ยืนยันว่า มีพวกเสื้อแดงที่บังอาจจาบจ้วงพ่อหลวงถูกธรณีสูบในครั้งนี้หลายสิบตัว

หากมีความคืบหน้าจะรายงานให้ทราบต่อไป

ทำไมต้องเกิดที่ เชียงราย เชียงใหม่ !!!!  น่าคิดนะ

เรามาพูดถึงเรื่อง “แผ่นดินไหว” กันก่อน 

การเกิดแผ่นไหวที่เชียงรายครั้งนี้  ในทางวิทยาศาสตร์เป็นเรื่องปกติ  เพราะ พม่าเกิดมาแล้วหลายครั้ง  เชียงรายใกล้พม่า อยู่ในรอยเลื่อนแผ่นดินไหวเดียวกัน  จึงไม่แปลกอะไรในทางวิทยาศาสตร์

ถ้ามาเกิดที่จังหวัดบ้านเกิดผม คือ “จังหวัดชัยนาท” นั่นถึงจะแปลก

มาพูดผลของ “กรรม” กัน  ตรงนี้ต้องกล่าวถึงเรื่อง “กรรมเก่า”, “กรรมใหม่” กันก่อน

“กรรมเก่า” หมายถึง กรรมตั้งแต่ในอดีตชาติ  ส่วน “กรรมใหม่” คือ กรรมในชาติปัจจุบันนี้ กรรมที่ว่านี้ หมายถึงทุกสิ่งทุกอย่างที่ทำมา 

กรรมก็คือ การกระทำ

คนไทยจำนวนมาก ชอบโทษ “กรรมเก่า” อย่างเดียว  ตัวโกงในชีวิตนี้ก็คือ “กรรมเก่า” ประเภทเดียว โดยไม่คำนึงถึงกรรมใหม่เลย

ผมมีเกณฑ์ในการตัดสินว่า “อะไรคือ ผลของกรรมเก่า หรือกรรมใหม่” ดังนี้ 

ถ้าเหตุการณ์นั้น เราไม่มีโอกาสได้เลือกเลย  แล้วได้รับผลของกรรมนั้น กรรมเก่าแน่ๆ  อะไรก็ตาม เรามีส่วนตัดสินใจ  แล้วได้รับผลของกรรม  อันนี้กรรมใหม่แน่ๆ

ยกตัวอย่างเรื่องแผ่นดินไหวที่เชียงราย 

สมมุติว่า นาย ก. เกิดอยู่ที่จังหวัดเชียงราย ทำมาหากินที่จังหวัดเชียงราย  เมื่อมีเหตุการณ์แผ่นดินไหวเกิดขึ้น บ้านช่องพังหมด  อันนี้เป็นกรรมเก่า เพราะ นาย ก. ไม่มีสิทธิเลือก หรือตัดสินใจอะไรเลย

กรณี นาย ข.  เป็นคนกรุงเทพฯ ตัดสินใจไปเที่ยวเชียงรายในวันที่ 5 พ.ค. เพราะ เป็นวันหยุด  แล้วได้รับผลของแผ่นดินไหว  รถพัง ฯลฯ  อันนี้เป็นกรรมใหม่

บางคนอาจจะบอกว่า “กรรมใหม่” ก็เกิดจาก “กรรมเก่า” ดลบันดาลใจให้ตัดสินใจไปแบบนั้น  อันนี้ เราก็ไม่ว่ากัน

กลับมาถึงเหตุการณ์แผ่นดินไหวกับความคิดเห็นที่ว่า เป็นกรรมของพวกเสื้อแดง กับพวกล้มเจ้า

ตรงนี้ พูดยาก  เพราะ มันมีปัจจัยจำนวนมากที่จะได้รับผลกรรมอย่างนั้น นอกจากนั้นแล้ว คนที่ไม่ได้มีพฤติกรรมเป็นเสื้อแดง เป็นพวกล้มเจ้า ก็โดนไปด้วย..............

ผมขอฟันธงไปเลยว่า  

โดยส่วนใหญ่แล้ว  คนที่รับผลกระทบจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวครั้งนี้ เป็นกรรมเก่าอย่างแน่นอน

แต่จะเกิดจากกรรมชั่วอันใดนั้น  ไม่รู้เหมือนกัน เพราะ ต้องไปตรวจที่ละคนๆ ซึ่งทำไม่ได้ 

ถ้าถามว่า เหตุการณ์นี้ เป็นเหตุการณ์ที่สิ่งศักดิ์สิทธิ์มาเตือนคนภาคเหนือใช่หรือไม่  อันนี้ ผมว่าไม่ใช่ 

เหตุการณ์แผ่นดินไหวเป็นเหตุการณ์ทางธรรมชาติ 

ในกรณีที่เป็นเหตุการณ์ฝนตกมากๆ ฟ้าผ่า ฝนฟ้าคะนอง ทำนองนี้ สามารถเกิดจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์ได้.











รัฐประหารครั้งนี้ ผมเห็นด้วย



ก่อนอื่นต้องขอบอกอีกครั้งว่า ดุษฏีนิพนธ์ (Dissertations) ตอนที่ผมเรียนปริญญาเอกชื่อ  "ความจริง" กับการใช้เหตุผลในคำอภิปรายระหว่างฝ่ายค้านกับฝ่ายรัฐบาลและการเสนอข่าวของหนังสือพิมพ์: กรณีศึกษาการอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจ

ผมศึกษาเรื่องดังกล่าวประมาณ 7 ปี คือ ตั้งแต่ก่อนเข้าเรียนปริญญาเอก เรียนปริญญาเอก 5 ปี กับอีก 2 ภาคฤดูร้อน และหลังจากนั้นอีกประมาณ 1 ปี  

อาจารย์ที่ปรึกษาคนที่ 1 (มีอาจารย์ที่ปรึกษา 3 คน) คือ ศ.ดร. สมบัติ จันทรวงศ์ คณะรัฐศาสตร์ ธรรมศาสตร์  เป็นคนละคนกับ ศ.ดร. สมบัติ ธำรงธัญญวงศ์ ของนิด้า  (คนจำสับกันบ่อย)

ที่บอกไปนั้น ก็เพื่อจะบอกว่า ผมมีความรู้เกี่ยวกับการเมืองพอสมควร  แต่เนื่องจากตอนปริญญาตรี กับ ปริญญาโทเรียนมาทางภาษากับภาษาศาสตร์  เมื่อเข้ามาเรียนเรื่องการเมือง จึงมีคำถามอาจารย์แบบแปลกประหลาดอยู่บ่อยๆ

อาจารย์ผู้สอนส่วนใหญ่ก็จะชอบ เพราะ นักศึกษาสายรัฐศาสตร์โดยตรงมักจะไม่ถามแบบนอกกรอบแบบนักศึกษาปริญญาสหวิทยาการถามกัน

ผมเคยถาม ศ.ดร. สมบัติ จันทรวงศ์ว่า “เวลาทหารปฏิวัติทำไมต้องยอมทหารด้วย”  อาจารย์สมบัติตอบว่า “ก็เขามีปืน

คือเป็นที่ยอมรับกันในทางการเมืองว่า เมื่อไหร่ทหารลุกขึ้นปฏิวัติ หรือรัฐประหาร ทหารจะมีอำนาจในการปกครองประเทศ 

ทหารก็เสี่ยงที่จะเป็นกบฏ ถ้าในการทำการรัฐประหารครั้งนั้น เป็นฝ่ายพ่ายแพ้

ผมไม่ค่อยเห็นด้วยกับการปฏิบัติเมื่อ พ.ศ. 2475 เพราะ ประชาชนคนไทยยังไม่พร้อมกับระบอบประชาธิปไตย  

ผมไม่ค่อยเห็นด้วยกับการรัฐประหารในหลายๆ ครั้ง เพราะ ส่วนใหญ่แล้ว ผู้นำทำเพื่อรักษาอำนาจของตัวเอง

แต่การรัฐประหารครั้งนี้ ที่นำโดย พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชาผมเห็นด้วย เพราะ ไม่รู้จะแก้ปัญหาของประเทศไปในทางไหน

มีหนทางนี้ทางเดียวเท่านั้นจริงๆ

ขอให้ดูภาพลำดับเหตุการณ์ที่นำมาจากหนังสือพิมพ์ผู้จัดการออนไลน์  ด้านล่าง


ผมขออธิบายเหตุผลในการ “เห็นด้วย” กับคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช) ดังนี้

1) คณะรัฐมนตรีรักษาการของนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล เป็นคณะรัฐมนตรีเถื่อน

โดยทางรัฐศาสตร์แล้ว  สภาผู้แทนราษฎรจะแต่งตั้ง นายกรัฐมนตรีเพียงคนเดียว นายกรัฐมนตรีก็จะไปหาสมัครพรรคพวกมาเป็นรัฐมนตรี

เมื่อนายกรัฐมนตรีต้องออกจากตำแหน่ง คณะรัฐมนตรีก็ต้องไปด้วยกัน  ไม่ใช่ว่า นายกฯ ผิดกฎหมาย แต่ฉันไม่ผิด

2) เรื่องของความรับผิดชอบต่อการตัดสินใจ (Accountability)  

ขอยกตัวอย่างเพียงเรื่องเดียวคือ โครงการรับจำนำข้าว   โครงการนี้ ทำให้พรรคเพื่อไทยได้รับการเลือกตั้งมาก และได้เป็นรัฐบาล

โครงการนี้ล้มเหลวเป็นอย่างยิ่ง มีทั้งการโกงกินกันมหาศาล และไม่มีเงินจ่ายให้กับชาวนา 

เมื่อ ปปช. ชี้มูลว่า นายกฯ มีความผิดต้องออกจากตำแหน่ง  คณะรัฐมนตรีก็ต้องไปด้วยกัน  ไม่ใช่ดื้อแพ่งว่า นายกฯ ผิดกฎหมาย แต่ฉันไม่ผิด

3) เหตุการณ์ยิงเอ็ม 79 รายวัน

ม็อบผู้ต่อต้านรัฐบาล เช่น กปปส. คปท. ต้องเจอกับคนร้ายมายิงเอ็ม 79 บ้าง  ยิงเอ็ม 16 บ้าง ประทัดยักษ์บ้าง เป็นรายวัน  แต่ม็อบผู้สนับสนุนรัฐบาลไม่มีเหตุการณ์ดังกล่าว  

รัฐบาลไม่เคยจับคนร้ายได้ และไม่เคยจับแหล่งผลิตอาวุธได้  แต่คณะรัฐประหารของ คสช. ทำได้ และทำได้ดีด้วย

ประเทศไทยเกิดความสงบขึ้นมาทันที

4) นโยบายประชานิยม

สิ่งที่เป็นสิ่งที่เลวร้ายที่สุดในประเทศไทย และจะทำลายประเทศชาติได้ยาวนานก็คือ โครงการประชานิยมทั้งหลาย

โครงการประชานิยมทั้งหลายนี้  ไม่ว่านักเลือกตั้งฝ่ายใด ก็ต้อง “คงไว้”  ในรูปแบบใดรูปแบบหนึ่ง เพราะ ไม่อย่างนั้นประชาชนก็จะไม่เลือก

โครงการประชานิยมฉิบหายวายป่วงเหล่านี้ ทำความฉิบหายให้กับหลายประเทศมาแล้ว  ลองไปอ่านหนังสือของ ดร. ไสว บุญมา กันเอง

เมื่อคณะรัฐประหารเขามาบริหารประเทศ  ท่านก็ไม่ต้องใช้ “โครงการประชานิยม” เพราะไม่จำเป็นสำหรับท่าน

ประชาชนคนไทยก็จะหลุดออกจากโครงการประชานิยมฉิบหายวายป่วงเหล่านั้น

เมื่อเกิดเหตุการณ์รัฐประหารปี พ.ศ. 2549  ศ.ดร. อภิชัย พันธเสน อาจารย์อีกคนหนึ่ง ท่านเป็นศาสตราจารย์ทางเศรษฐศาสตร์  ท่านกล่าวสัจจะวาจาว่า “ให้ยาแรง

ในความเชื่อของผม การรัฐประหารครั้งนี้ของ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช) ส่งผลดีให้กับประชาชนและประเทศชาติ

แต่มันเป็นยาแรง  บางคน บางกลุ่ม บางพวก อาจจะมีการ “แพ้ยา” บ้าง 



โลกธรรม 8 กับการเมืองไทย


ในหัวข้อธรรมะทั้งหมดที่ได้ร่ำเรียนมา โลกธรรม 8 นั้น ผมชอบมากที่สุด และประทับใจมากที่สุด

วิกิพีเดีย ให้ความหมายของโลกธรรม 8 ไว้ดังนี้

โลกธรรม 8 หมายถึง ธรรมดาของโลก เรื่องของโลก ธรรมชาติของโลกที่ครอบงำสัตว์โลกและสัตว์โลกต้องเป็นไปตามธรรมดานี้ 8 ประการอันประกอบด้วย

โลกธรรมฝ่ายอิฏฐารมณ์ คือ พอใจของมนุษย์ เป็นที่รักเป็นที่ปรารถนา
1. ลาภ หมายความว่า ได้ผลประโยชน์ ได้มาซึ่งทรัพย์
2. ยศ หมายความว่า ได้รับฐานันดรสูงขึ้น ได้อำนาจเป็นใหญ่เป็นโต
3. สรรเสริญ คือ ได้ยิน ได้ฟัง คำสรรเสริญคำชมเชย คำยกยอ เป็นที่น่าพอใจ
4. สุข คือ ได้ความสบายกาย สบายใจ ความเบิกบาน บันเทิงใจเริงใจ

โลกธรรมฝ่ายอนิฏฐารมณ์ คือ ความไม่พอใจของมนุษย์ ไม่เป็นที่ปรารถนา
5. เสื่อมลาภ หมายความว่า เสียลาภไป ไม่อาจดำรงอยู่ได้
6. เสื่อมยศ หมายถึง ถูกลดอำนาจความเป็นใหญ่
7. นินทาว่าร้าย หมายถึง ถูกตำหนิติเตียนว่าไม่ดี ถูกติฉินนินทา หรือถูกกล่าวร้ายให้เสียหาย
8. ทุกข์ คือ ได้รับความทุกขเวทนา ทรมานกาย ทรมานใจ

ก่อนอื่นต้องขอเล่าก่อนว่า ทำไมผมถึงประทับใจหัวข้อธรรมโลกธรรม 8 มาก  ผมไปเรียนมาจากไหน

ผมเรียนจบ ป.กศ. ต้น ซึ่งก็เทียบเท่ากับ ม.ศ. 6 ในปัจจุบันนี้  สมัยนั้น ครูขาดแคลนจึงรับนักเรียนที่จบ ม.ศ. 3 ไปเรียนหลักสูตร 2 ปี  แล้วก็ออกมาเป็นครูบ้านนอกได้เลย

เมื่อเป็นครูแล้ว  หนทางที่จะได้เพิ่มคุณวุฒิก็คือ การสอบ พ.ม.  คือ การสอบวิชาครูจำนวน 4 วิชา หรือ 4 ชุด

วุฒิ พ.ม. นี้ สูงกว่าวุฒิ ป.กศ. สูง คือ เงินเดือนสูงกว่า  จำได้ว่า ปีที่สอบ พ.ม. ได้นั้น  เงินเดือนขึ้นหลายขั้นมาก  เพราะ มีการปรับวุฒิ

ผมสอบ พ.ม. ได้ ผมก็สอบเรียนต่อปริญญาตรี หลักสูตร ค.บ. ได้เลย  ก็เรียนมาจนถึงปริญญาเอกนั่นแหละ

ในการสอบ พ.ม. นั้น มีวิชาสังคมศึกษาด้วย  ผมได้อ่านเรื่องโลกธรรม 8 ก็เมื่อตอบสอบ พ.ม. นี่แหละ 

เมื่อได้อ่านแล้ว “ประทับใจสุดๆ”  ชีวิตของคนเป็นอย่างนั้นจริงๆ  ชีวิตของผมเองก็เป็นอย่างนั้น

หลังจากได้อ่านหัวข้อธรรมะนี้แล้ว  ความคิดของผมเปลี่ยนแปลงไปเยอะ

เมื่อมีความสุข ก็ต้องคอยคิดว่า เดี๋ยวก็มีความทุกข์ ในทำนองกลับกัน เมื่อมีความทุกข์ ก็มีกำลังใจอยู่ว่า เดี๋ยวก็มีความสุข

มีลาภก็ต้องเสื่อมลาภ มียศก็ต้องเสื่อมยศ ฯลฯ 

กลับมาที่การเมืองไทยของเรา  วันนี้ได้อ่านข่าวดังนี้

เมื่อเวลา 18.50 น. คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้ออกคำสั่งที่ 7/2557 ให้ พล.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) มาปฏิบัติราชการที่สำนักนายกรัฐมนตรี และให้ พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ รอง ผบ.ตร. มารักษาราชการในตำแหน่ง ผบ.ตร. แทน มีผลตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป
      
หลังจากนั้น คสช. ได้ออกคำสั่งที่ 8/2557 ให้ นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ มาปฏิบัติราชการที่สำนักนายกรัฐมนตรี แล้วให้ พล.ต.อ.ชัชวาลย์ สุขสมจิตร์ รอง ผบ.ตร. ปฏิบัติหน้าที่อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษอีกหน้าที่หนึ่ง มีผลตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป
      
ขณะเดียวกัน คสช. ได้ออกคำสั่งที่ 9/2557 ให้ พล.อ.นิพัทธ์ ทองเล็ก ปลัดกระทรวงกลาโหม มาปฏิบัติราชการที่สำนักนายกรัฐมนตรี ให้ พล.อ.สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รองปลัดกระทรวงกลาโหม รักษาราชการแทนปลัดกระทรวงกลาโหม
      
ต่อมา คสช. ได้ออกประกาศ ฉบับที่ 30/2557 ให้วุฒิสภาสิ้นสุดลง และให้เป็นอำนาจหน้าที่ใดที่กฎหมายบัญญัติไว้ให้เป็นของรัฐสภา สภาผู้แทนราษฎร และวุฒิสภา เป็นอำนาจหน้าที่ของหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติแทน ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป






นี่เป็นเพียงตัวอย่างของผู้หมดอำนาจ และผู้ได้อำนาจใหม่  เพราะก่อนหน้านี้ รักษาการคณะรัฐมนตรีก็หลุดอำนาจไปก่อนแล้ว 

ก่อนหน้านั้น ก็เป็นนายกรัฐมนตรีเองเลย ที่หลุดจากอำนาจไป

ผมได้เคยแช่งคณะรัฐบาลชุดนี้มาก่อนหน้านี้แล้ว ในบทความ “รัฐบาลอัปรีย์จังไร ฆ่าแม้กระทั่งเด็ก  ผมก็ไม่คิดว่า “คำแช่งจะส่งผลเร็วถึงขนาดนี้”  

ก็ไม่รู้ว่า “นักการเมือง” ทั้งหลาย ที่หล่นจากอำนาจ จะเข้าใจเรื่องโลกธรรม 8 นี้ดีขึ้นหรือเปล่า 

เรื่องที่น่ากลัวอีกประเด็นหนึ่งก็คือ “ผลของกรรมชั่ว”  จะที่ส่งผลให้ 5. เสื่อมลาภ  6. เสื่อมยศ  7. นินทา 8. ทุกข์ ไปอีกนานเลยทีเดียว

เรื่องนี้ก็น่าจะเป็นบทเรียนให้กับคณะรัฐประหารด้วย เพราะ ตอนนี้ท่านกำลังได้รับ 1. ลาภ  2. ยศ  3. สรรเสริญ  4. สุข อยู่

อีกไม่นาน ท่านก็จะต้องลงจากอำนาจเช่นเดียวกัน เพราะ เดี๋ยวนี้รัฐประหารแล้ว อยู่ได้ไม่นาน ก็ต้องให้มีการเลือกตั้ง

ก็หวังว่า ท่านคงไม่สร้างกรรมชั่วอย่างรัฐบาลที่ผ่านมา....


บทความที่ควรอ่าน
2557 แม้วดวงมรณะ
โลกธรรม 8 กับการเมืองไทย
นายกยิ่งลักษณ์กับปาฐกถา
ทำราวกับว่า “จะไม่ตาย”
ยงยุทธกับกรรมหนักหนาสาหัส
รัฐบาลอัปรีย์จังไร ฆ่าแม้กระทั่งเด็ก
กรรมที่คุณทักษิณไม่เชื่อ
คุณทักษิณกับการตัดกรรมที่พม่า
ทักษิณสมคบธรรมกาย