“อเวจี” ถูกฆ่า


ในช่วงที่ที่ติดตามข่าว กำนันสุเทพ shut down กรุงเทพฯ  ผมก็ไปพบหัวข้อข่าวว่า “แทงคอ “อเวจี” นักร้องวงแบล็กเมทัลชื่อดังดับอนาถ!” 

ผมก็อ่านแบบผ่านๆ โดยนึกในใจว่า “ใครวะ ตั้งชื่อตัวเองว่า อเวจี เพราะ เป็นเรื่องที่ไม่มงคลเป็นอย่างยิ่ง

เรื่อง “มงคล” กับ “ไม่มงคล” เป็นเรื่องสำคัญอย่างมาก เพราะ จะเป็นแนวทางพาเราไปนรก หรือไปสวรรค์ได้  พระพุทธเจ้าได้ทรงแสดงไว้ ถึง 38 ประการ 

การเอาชื่อของนรกอเวจีมาตั้งเป็นชื่อในตนเอง ถึงแม้จะเพื่อทำมาหากิน ก็เป็นเรื่อง “ไม่มงคล” เป็นอย่างยิ่ง

เรื่องที่ทำให้ผมกลับมาสนใจเรื่องนี้อีก เพราะ ฆาตกรผู้ฆ่าอเวจี มีเฟสบุ้กเป็นของตัวเอง แล้วเขียนเหตุการณ์ที่เกี่ยวกับการฆ่าไว้ในเฟสบุ้กดังนี้

คนที่ประกาศตัวรับว่า เป็นคนฆ่านี้ ใช้ชื่อนามแฝงว่า “Maleficent meditation” แปลภาษาไทยว่า “สมาธิอันชั่วร้าย


"รุกฆาต"

สาเหตุที่ผมลงมือสังหาร ก็ไม่มีไรมากครับ ผมตั้งใจจะกระทำอัตวินิบาตกรรม (ฆ่าตัวตาย) ตอนอายุ 25 อยู่แล้ว

ซึ่งไหนๆ ประเด็นหลักผมก็จะตายแล้ว เลยขอลงมือลากไอ้พวกที่นำแนวคิดของลัทธิซาตาน (Satanism) ไปแปดเปื้อนซะด้วยเลยสักศพสองศพ

แล้วองค์ Satan ของจริง ก็มีสาส์นตอบกลับมาว่า เห็นชอบด้วย (ผมเป็นคนที่ทำสมาธิทุกวัน ทำสมาธิกำหนดลมหายใจ 30 - 60 นาที และเพ่งตัวเองหน้ากระจกอีก 30 - 60 นาที)

แต่ผมละเว้นผู้หญิงและเด็กไว้ไม่ลงมือสังหาร

แต่อย่างน้อยจะได้ให้มันรู้ซะบ้างว่าองค์ Satan ไม่ใช่ของเล่นที่พวกคุณจะเอาไปเล่นพร่ำเพรื่อแล้ว Hail กันหน้าเวที โดยที่ไม่ได้มีความศรัทธาอะไรกันจริง

ซึ่งถ้าพวกคุณไม่ได้เชื่อในองค์ Satan และไม่ได้นับถือศาสนา นำองค์ Satan มาเป็น Symbol ลบหลู่ศาสนาอื่น

พวกคุณก็เรียกตัวเองว่าเป็นอย่างอื่นไปก็ได้ ไม่ต้องดัดจริตมาเรียกตัวเองว่ามีแนวคิดแบบ Satanic แถมยังมาด่าองค์ Satan อีกว่า ผมไม่เชื่ออะไรในแม่งหรอก

ตัวผมนี่แหละคือศรัทธาสูงสุด ด่าองค์ Satan ไม่พอ แล้วทำเป็นด่าศาสนาของคนนู้นคนนี้ ซึ่ง Satanist จริงๆ จะไม่ได้มีการด่าศาสนาอื่นพร่ำเพร่อไร้สาระแน่นอน

ในสายตาของผมคนพุทธ คริสต์ มุสลิม ที่ศรัทธาในแนวทางตัวเองอย่างแรงกล้าผมให้ความนับถือพวกนี้ มากกว่าไอ้พวกที่หลอกตัวเองเรียก ตัวเองว่าเป็น Satanist แต่เสือกไม่ได้มีความรู้ห่าอะไรเลย มันเหมือนเป็นกระแสมากกว่า

และผมเชื่อแน่ว่า ถ้าผมไม่ได้เป็นคนลงมือฆ่า สักวันแม่งก็ต้องโดนคนอื่นฆ่าตายอยู่ดีแน่นอน ทั้งวง

การลงมือสังหารครั้งนี้โดยตอนแรกผมตั้งใจว่าจะทำการสังหารสัก 20 - 30 ศพ แต่เนื่องด้วยสภาพการณ์ไม่สะดวก ตำรวจตั้งด่านกันเต็มเมือง แถมผมเป็นคนเดียวที่คิดวางแผนการณ์ลงมือสังหาร เลยสังหารเท่าที่จะกระทำได้ดีกว่า

เห็นในข่าวลงกันผิดๆ ว่าผมเป็นแฟนเพลงวง Surrender Of Divinity นี้ ผมขอตอบว่า ณ ปัจจุบันนี้ ผมไม่ได้เป็นแฟนเพลงไอ้วงแนวคิดสวะนี่เลย

และอย่าเอากรณีนี้ไปเปรียบกับจอห์น เลนน่อนเลยครับ ต่างยังกับฟ้ากับเหว ฟังพวกวงกระแสทั่วไปที่เนื้อหาไม่ได้กล่าวถึงอะไร ทางนี้ยังดีกว่าล้านเท่า

และประเด็นที่ทางตำรวจตั้งไว้ว่า การฆ่านี้เกิดจากการกินเบียร์มึนเมาแล้วมีปากเสียงกัน ผมขอตอบว่าไม่ใช่ครับ เพราะผมตั้งใจที่จะไปฆ่ามันโดยเฉพาะอยู่แล้ว เตรียมมีดซ่อนไว้ด้านในเสื้อทหารไว้แล้วก่อนไป

โดยทำฟอร์มว่า เอาเสื้อแจ๊คเก็ตไปให้ภรรยามันเพ้นท์ แล้วมันก็ชวนกินเบียร์ต่อ ซึ่งเข้าทางมากผมจะได้ยิ่งมีเวลารอตอนมันเผลอมากขึ้น และจะได้รอเวลาให้มันมืดด้วย

ตอนระหว่างกินเบียร์กันนั้น ก็ไม่ได้มีปากเสียงอะไรกันแต่อย่างใด อีกประเด็นที่มีโคตรมั่วเข้ามาว่าเรื่องค้ายากับชู้สาว ผมไม่เคยค้ายาเสพติดแต่อย่างใด และผมก็ไม่ได้มีแฟนมานานมากแล้วด้วยตั้งแต่ตอนต้นปี 2556 ปีที่แล้ว

ผมลงมือสังหาร ไอ้รัน (อเวจี) แทงมันด้วยมีด ซึ่งข่าวบางเว็บลงผิดว่าผมแทงไปสามแผล แต่จริงๆ ผมซัดไปเกิน 30 ครั้งแน่ๆ และไม่ได้เป็นการปาดคอตอนเผลอด้านหลัง

ผมยืนเผชิญหน้ามันควักมีดออกมาแล้วแทงที่คอรัวๆ เลยด้านหน้า ไม่มีปาด ไม่มีฟัน แทงทุกแผล และดูมันดิ้นรนกระเสือกกระสน ยกมือร้องขอชีวิต

ตอนมันพูดว่า "อย่า" เสียงมันก็ออกมาแต่ลมแล้วพร้อมกับเลือดที่กระฉูดออกมา ตามคำที่มันพูด

แต่ผมก็แทงมันซ้ำที่คอ ที่กระโหลก ซ้ำแล้วซ้ำอีก ซ้ำแล้วซ้ำอีก (บางครั้งมีดก็ติดกระโหลกก็ดึงออกยาก) ผมเพิ่งรู้ว่าการฆ่าคนด้วยมีดมันได้อรรถรส ความตื่นเต้น อารมณ์ มากกว่าการใช้ปืนยิงเยอะหลายสิบเท่า

และพอทำเสร็จผมก็กลับมาทำสมาธิที่โรงแรมที่ผมเช่าไว้ต่อแบบสบาย และแน่นอนว่าผมไม่เสียใจในสิ่งที่ตัวเองทำลงไป

พวกเพื่อนของมันหรือครอบครัวมันอาจจะก่นด่าสาปแช่งผม แต่ผมว่าความตายเช่นนี้นี่แหละเหมาะสมกับคนปากดีเช่นมันแล้ว

เหนือสิ่งอื่นใด องค์ Satan ไม่ใช่ของเล่น ไม่เชื่อไม่ได้ศรัทธาอย่าเรียกตัวเองว่าเป็น Satanist !!!!! ผมไม่ใช่บุคคลประเภทโหด ไม่ได้เก๋า ไม่นักเลงโวยวายเสียงดัง แต่ความนิ่ง เลือดเย็น อำมหิต ผมมีแน่นอน

ชีวิตหลังความตายของผมนั้น ผมคงไม่มีอะไรจะพูดมาก นอกจากขอได้ไปอยู่ในดินแดนแห่งองค์ปีศาจ และจะใช้เวลาหลังความตายทำสมาธิต่อไป ไม่ว่าจะกี่สิบกี่ร้อยปี หรือกี่พันปี ตามเส้นทางของผม

อย่ากดคอมเม้นท์ หรือกดถูกใจสถานะนี้ผมแค่ต้องการชี้แจงเล็กๆ เท่านั้น และขอบคุณที่อ่านจนจบ

ขอทุกท่าน ไม่ว่าใครก็ตามที่อ่านข้อความนี้ จงยึดมั่นดำเนินเส้นทางของตนเองโดยไม่หลอกตัวเอง ทำในสิ่งที่ตัวคุณคิดว่าต้องทำ แล้วพบกันใหม่ถ้าเราได้อยู่มิติหลังความตายมิติเดียวกัน

Hail Satan!!!

ประเด็นที่น่าวิพากษ์วิจารณ์มีหลายเรื่อง

1) “อเวจี” ผู้ตายนั้น ชื่อจริงของท่านคือ “สามองค์ ไตรศรัทธา” ชื่อก็ออกมาทางพุทธมาก และน่าจะอยู่ในฝ่ายธรรมะภาคขาว ทำไมไปตั้งชื่อทำมาหากินว่า “อเวจี

2)  ตอนนี้ ผู้ที่โดนผลกระทบก็คือ ครอบครัวของคนตาย  (ภรรยากับลูก)  ครอบครัวของฆาตกร คือ บิดา อายุ  57  ปี อาชีพทนายความ พักรักษาอาการป่วยเป็นโรคเส้นเลือดในสมองตีบอยู่ในบ้าน รายได้ของครอบครัวก็มาจากการเล่นหุ้นของฆาตกร

3) ลัทธิซาตานนั้น ไม่ใช่เป็นของสังคมไทยเลย  ทำไมจึงมาก่อเหตุการณ์ฆ่ากันตายในบ้านเราได้ 

เรื่องนรก-สวรรค์ซึ่งเป็นของศาสนาพุทธแท้ๆ ถูกปฏิเสธจากพระ จากนักวิชาการชาวพุทธว่า “ไม่จริง” ทำไมไม่ปฏิเสธด้วยว่า “ลัทธิซาตาน” ก็ไม่จริง

4) ไม่รู้ว่า ฆาตกรทำสมาธิแบบใด เพราะ ผมไม่รู้มาก่อนเลยว่า ลัทธิซาตานมีการทำสมาธิด้วย

5) ข้อความที่ว่า

ชีวิตหลังความตายของผมนั้น ผมคงไม่มีอะไรจะพูดมาก

นอกจากขอได้ไปอยู่ในดินแดนแห่งองค์ปีศาจ และจะใช้เวลาหลังความตายทำสมาธิต่อไป ไม่ว่าจะกี่สิบกี่ร้อยปี หรือกี่พันปี ตามเส้นทางของผม


อันนี้ผมยืนยันเลยว่า  ฆาตกรนั้น จะไปนรก ไม่ใช่ไปอยู่กับซาตาน  และไม่สามารถทำสมาธิในนรกได้ เพราะ ต้องรับผลของกรรมอย่างเดียว  ไม่สามารถทำอะไรได้อีกเลย

เรียกว่า “ทุกข์” อย่างหนักหนาสาหัสอย่างเดียว

กรณีนี้ เป็นอุทาหรณ์สอนใจว่า 

เราควรดูแลคนในครอบครัว ผู้ใกล้ชิด ฯลฯ แนะนำและชักนำกันไปในสิ่งที่ถูกต้องคือ การปฏิบัติธรรมของศาสนาพุทธ

การละเลยในสิ่งดังกล่าว อาจจะทำให้ท่านได้รับผลกระทบของความชั่วร้ายแบบนี้ได้

อย่างเช่น บิดาของฆาตกร  ซึ่งเมื่อมีเหตุการณ์นี้เกิดขึ้น ไม่ทราบว่า ท่านจะผ่านเหตุการณ์นี้ไปได้หรือไม่ เพราะ ส่งผลกระทบต่อโรคภัยไข้เจ็บของท่านอย่างหนัก..