"แปลก" - "ธรรมดา" กรณีโปลิสจับตำรวจ


ตอนนี้ข่าวอาชญากรรมที่ดังที่สุดก็คือ ข่าวที่ พล.ต.ท. พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์และพรรคพวก รวมเป็น 12 คน ถูกจับในข้อหาที่เหมือนกันบ้าง แตกต่างกันบ้าง

เฉพาะ พล.ต.ท. พงศ์พัฒน์และ พล.ต.ต. โกวิทย์ถูกแจ้งข้อหาเหมือนกันคือ

- ทำความผิดฐานร่วมกันหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท หรือผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ฯ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112,

- เป็นเจ้าพนักงานใช้อำนาจในตำแหน่งโดยมิชอบ ข่มขืนใจหรือจูงใจ เพื่อให้บุคคลใด มอบให้หรือหามาให้ซึ่งทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดแก่ตนเอง หรือผู้อื่น ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 148,

- เป็นเจ้าพนักงานเรียกรับ หรือยอมจะรับ ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใด สำหรับตนเองหรือผู้อื่นโดยมิชอบ เพื่อกระทำการหรือไม่กระทำการอย่างใดในตำแหน่ง ไม่ว่าการนั้นจะชอบหรือไม่ชอบด้วยหน้าที่ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 149,

- เป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติ หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157,

- จัดให้เล่นการพนัน (ถั่วครอบ) พนันเอาทรัพย์สินกันโดยไม่ได้รับอนุญาต ตามพระราชบัญญัติการพนัน พ.ศ. 2478 มาตรา 12 (1) และ

- ความผิดฐาน ฟอกเงิน ตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 มาตรา 3 (5), (9) มาตรา 5 (1), (2) และมาตรา 60

ว่ากันถึงเรื่องแปลกก่อน

คนที่ออกคำสั่งให้จับในคดีหลายคดีดังกล่าวก็คือ พล.ต.อ. สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผบ.ตร. คนปัจจุบัน ซึ่งเป็นเพื่อนร่วมรุ่นโรงเรียนนายร้อยตำรวจรุ่นที่ 31 ของ พล.ต.ท. พงศ์พัฒน์เอง  ซึ่งก็นับว่าเป็นเรื่องแปลกเล็กๆ อันหนึ่ง

ในมุมมองของผมนั้น ที่ว่าแปลกก็คือ  ผมรู้สึกว่า พล.ต.ท. พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์และพรรคพวก เหมือนจะ "ยินยอม"  และให้ความร่วมมือเป็นอย่างดีในการถูกจับในครั้งนี้

ข่าวที่ออกมานั้น จำเลยทุกคนสารภาพไปแล้วด้วย  นี่คือ เรื่องแปลกจริงๆ

พล.ต.ท. พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ ท่านเป็นตำรวจที่ "เก่ง" มากของกรมตำรวจเลยทีเดียว ตำแหน่งก่อนที่จะถูกจับก็คือ ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง

ขอให้ดูประวัติงานที่สำคัญๆ ของพล.ต.ท. พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ กันก่อน  เอามาจากข่าว พล.ต.ท. พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ ประวัติ เจ้าพ่อสอบสวนแห่งวงการตำรวจ ของว็บ kapok.com

- คดีธนบัตรดอลลาร์ปลอมที่ทำได้เหมือนที่สุดในประวัติศาสตร์ของอเมริกา คดีนี้กลายเป็นคดีประวัติศาสตร์ของประเทศอเมริกา

- คดีเครือข่ายการค้ายาเสพติดรายใหญ่ของโลก ยึดทรัพย์สินได้ประมาณ 800 ล้าน ถือเป็นคดีประวัติศาสตร์ของเมืองทรีออล ประเทศแคนาดาเลยทีเดียว

- คดีทลายโรงงานผลิตยาบ้ารายใหญ่ 7 แห่ง (ในช่วงปี 2530-2531)

- คดีข่มขู่ผู้บริหารบริษัท เทสโก้ โลตัส สำนักงานใหญ่ในประเทศอังกฤษ

- คดีปล้นทรัพย์ร้านทองนวนคร

- คดีฆาตกรต่อเนื่องที่เป็นผู้หญิงรายแรกในประเทศไทย

- คดีฉ้อโกงบริษัทประกันภัย

- คดีร่วมกันจัดหาและรวบรวมทรัพย์สินเพื่อการก่อการร้าย

- คดีทุจริตการจัดซื้อของหลวงระดับชาติ

ถ้าจำไม่ผิด พล.ต.ท. พงศ์พัฒน์ น่าจะเป็นคนจับกำนันเป๊าะ เจ้าพ่อชลบุรีด้วย

จากประวัติการทำงานของ พล.ต.ท. พงศ์พัฒน์และจาก "เหตุการณ์" ต่างๆ ที่ส่งผลเสียต่อพล.ต.ท. พงศ์พัฒน์ และเกิดก่อนการจับกุม พล.ต.ท. พงศ์พัฒน์  เช่น มีการโยกย้ายตำแหน่ง  และมีการยุบหน่วยเฉพาะกิจต่างๆ เป็นต้น

พล.ต.ท. พงศ์พัฒน์จะไม่รู้อะไรเลยหรือว่า อนาคตอันเลวร้ายของตนจะเป็นอย่างไร

อย่างน้อย ผบ.ตร. ซึ่งเป็นเพื่อนร่วมรุ่น ร่วมเรียน ร่วมกินกันมา จะไม่มีการบอกใบ้อะไรบ้างเลยหรือไร

เรื่องที่แปลกสุดๆ ก็คือ ดูเหมือนว่า จำเลยจะยอมรับผิดอย่างเดียว ไม่โต้แย้งหรือให้ข่าวด้วยประการใดๆ เลย

ทรัพย์สมบัติอยู่ที่ไหนก็บอกหมด บ้านทั้งหมด 12 หลังก็บอกหมด  คนที่ถือกุญแจเซฟอยู่ถึงอเมริกา  ก็บินกลับมาเมืองไทย เพื่อมาไขตู้เซฟให้

ผมสงสัยว่า ทำไมให้ความร่วมมือ "ดี" ถึงอย่างนั้น

ผู้ที่พยายามให้ข่าวออกมาบ้าง เมื่อถูกย้ายก็คือ พ.ต.อ.อัครวุฒิ์ หลิมรัตน์ ก็มาตายกะทันหันด้วยสาเหตุ "กระดูกสันหลังส่วนอกหักหลายชิ้น เนื่องจากตกจากที่สูง"

ที่แปลกหนักเข้าไปอีก ก็คือ เมื่อได้หนังสือรับรองการเสียชีวิตจากโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า
แล้ว ก็มีการนำศพของ พ.ต.อ.อัครวุฒิ์ หลิมรัตน์ ไปตั้งที่เมรุวัดหลักสี่ เมื่อเวลา 13.30 น. และฌาปนกิจศพในเวลา 14.00 น.

ขอย้ำว่า ศพเอาตั้งไว้ที่เมรุเลย ไม่ได้เอาไปไว้ที่ศาลาการเปรียญตามเหตุการร์โดยทั่วไป  ตั้งเสร็จเรียบร้อยแล้ว ก็เผากันเลย

มาถึง ณ วันนี้  เห็นข่าวว่าจะมีการจับกุมผู้ต้องหาเพิ่มขึ้นอีก  ตามที่ตำรวจจะสอบสวนไปถึง

ที่กล่าวมาข้างต้นนั้นคือ เรื่องแปลกๆ  ที่ไม่ค่อยได้พบเห็นกันนัก  เพราะส่วนใหญ่แล้ว จำเลยมักจะต่อสู้ทุกวิถีทางเท่าที่จะทำได้ 

ยิ่งมีตำแหน่งหน้าที่ใหญ่ๆ ด้วยแล้ว โอกาสที่จะติดคุก หรือยอมรับสารภาพแบบนี้ ไม่ค่อยได้มีให้เห็นกันนัก

เราจึงเห็นนักการเมือง หรือข้าราชการใหญ่ มักจะหนีไปต่างประเทศมากกว่าที่จะยอมรับความผิด ตัวอย่างก็คงไม่ต้องยก เพราะ ตอนนี้ก็มีหลายคนอยู่

ต่อไปคือเรื่องธรรมดา

ผมเคยเขียนไปหลายครั้งแล้วในบทความของผมว่า ต่อไปประเทศไทยจะดีขึ้น

พวกที่กระทำความชั่วทั้งหลาย ไม่ว่าจะโกงกินบ้านเมือง โกงกินศาสนา หรือทำความชั่วด้วยประการใดๆ ก็ตาม จะต้องมีอันเป็นไป เช่น ล้มหายตายจากไปบ้าง ถูกจับบ้าง ฯลฯ เป็นต้น

พวกที่ล้มหายตายจากไปเลย ก็โคตรหนักหน่อย เพราะการใช้กรรมในนรกนั้นหนักหนาสาหัสกว่าบนโลกนี้มาก

พวกที่ถูกจับและถูกลงโทษในโลกมนุษย์นี้บ้าง อย่างเช่นกลุ่มของ พล.ต.ท. พงศ์พัฒน์ ตามข่าวนี้ จะโชคดีกว่าพวกที่ตายไปใช้กรรม  เพราะ การใช้กรรมในโลกมนุษย์นี้ ผลของกรรมจะเบากว่า

เรื่องที่เขียนมาในบทความนี้ ยืนยันข้อเขียนของผมได้เป็นอย่างดี

ข้อความทำนองน้อยใจ ของพวกขี้ใจน้อยที่ว่า "ทำดีได้ดี มีที่ไหน ทำชั่วได้ดี มีถมไป" ก็คงต้องเลิกพูดกัน 

ข้อความหลักที่ว่า "ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว" ก็คงจะนำมาใช้อย่างหนักแน่น  คือ กล้าพูดกล้าเขียนอย่างเต็มปากเต็มคำ ไม่พูดอ่อยๆ เหมือนที่ผ่านมา

ถ้าถามผมว่า พล.ต.ท. พงศ์พัฒน์ ถูกใส่ร้ายหรือไม่  

ผมก็คงจะตอบว่า "พล.ต.ท. พงศ์พัฒน์ น่าจะผิดจริง  เพราะ การที่มีสมบัติมากถึงขนาดเป็นพันๆ ล้าน อยู่ในบ้านจำนวนสิบกว่าหลัง

สมบัติมีหลากหลายประเภท มีของเก่าอายุนับพันปี ฯลฯ  มันเป็นไปไม่ได้เลย ที่จะได้สมบัติเหล่านั้น มาอย่างถูกต้อง

คดีนี้ คงทำให้คนชั่วทั้งหลาย เช่น พวกยุให้เผาบ้านเผาเมือง โกงกินศาสนา ฯลฯ เป็นต้น ขนหัวลุกกันเป็นแถว

ป่านนี้ ก็คงหาทางหนีทีไล่กันแล้วว่า จะทำยังไงดี หรือจะหนีไปไหนดี หรือจะเอาสมบัติไปฝังไว้ที่ไหนดี

ขนาดผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง เพื่อนร่วมรุ่นของ ผบ.ตร. ยังโดน แล้วคนอื่นๆ จะเหลือเรอะ...






ทักษิณติดอยู่ในจีน




ผมเขียนบทความเกี่ยวกับ "กรรม" ของคุณทักษิณไปหลายบทความแล้ว ส่วนใหญ่ถูกต้องทั้งสิ้น วันนี้ได้ข่าวมาจาก Line ดังข่าวด้านล่าง

ผมก็รู้สึกว่า "กรรมรุมคุณทักษิณ" อีกแล้ว

ด่วน ! ข่าวลือสะพัดสนั่นโลก สาเหตุที่ นายทักษิณ ฯ ติดขังอยู่ในแผ่นดินจีน !!!

ข่าวลือสนั่น ! ทั่วเกาะฮ่องกงเมื่อไม่นานนี้ นาย ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯของไทยได้ให้คนใกล้ชิดไปทำนิติกรรมเพื่อ โอนเงินจาก ธนาคาร ออฟไชน่าทาวเวอร์ และธนาคาร ฮ่องกง เซี่ยงไฮ้กว่า 7,000 ล้านบาท

เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในทางการเมืองและการROBBY หน่วยงานรัฐสำคัญๆ ของไทย

เพื่อให้น้องสาวตนเองนั้นพ้นผิด แต่กลับต้องถูกธนาคารปฏิเสธ ว่าไม่สามารถให้ถอนเงินและทำนิติกรรมทางการเงินดังกล่าวได้

เนื่องด้วยเหตุมีหนังสือลับด่วน ที่สุด จากหน่วยงาน ป.ป.ช.ของไทย ที่ได้ส่งหนังสือไปขอความร่วมมือไปยังหน่วยงาน ป.ป.ช. ของทางการจีนและฮ่องกง ว่า

ขอความร่วมมือให้อายัดเงินทั้งหมดในบัญชีดังกล่าวไว้ก่อน

เนื่องด้วยจำนวนเงินในบัญชี ของอดีตนายกฯผู้นี้ มีส่วนเกี่ยวข้องพัวพัน กับการ ฉ้อฉลครั้งมโหฬาร ในเรื่องการโกงจำนำข่าว ของนายกฯผู้เป็นน้องสาว

โดยผู้สังเกตการณ์ของ สำนักข่าวอินเตอร์แฟ็กซ์ของรัสเซียรายงานว่า... เป็นเรื่องที่ อดีตนายกรัฐมนตรี ทักษิณ ฯผู้นี้เดินเกมทางการเมือง พลาดครั้งใหญ่หลวง

เป็นเหตุให้ติดค้างอยู่แผ่นดินจีน ซึ่งนายทักษิณฯ คงหวังว่า จะได้เข้าพบกับผู้ทรงอำนาจทางการเมืองของจีน แต่ยังถูกทางการจีนปฏิเสธในการให้เข้าพบอีกด้วย

ผู้สังเกตการณ์คนเดียวกัน ยังคงอธิบายต่อไปว่า ทักษิณ ยังคงต้องอยู่ในแผ่นดินจีนอีกสักระยะ ตราบใดยังไม่ถูกอนุญาตให้ออกจากประเทศนี้

ทั้งมีรายงานเพิ่มเติมว่า ทางการจีนคงให้ทักษิณ เที่ยวและเดินทางในแผ่นดินจีนได้ แต่ไม่อนุญาตให้ออกจากน่านฟ้าของตนเองเด็ดขาด ซึ่งมีความเชื่อ

จากนักวิเคราะห์ทั้งหลายเป็นไปได้ว่า เงินส่วนใหญ่มี่ทักษิณ ซ่อนไว้จากการฉ้อฉลนั้นมีมูลค่าหลายพันล้าน US

อีกทั้งมีข่าวหนาหูว่า รัฐบาล Singapore ก็ถูกกดดันจากทางการจีนเพื่อให้แสดงความจริงใจในการต้อต้านการคอรัปชั่น ที่นายกฯ ผู้นี้อีก ไปฝากเงินจำนวนมหาศาล ที่ Singapore ด้วย

โดยสำนักข่าวอินเตอร์แฟ็กซ์ของรัสเซีย จะรายงานข่าวเรื่องดังกล่าวเป็นทางการ

อ่านจบ แชร์ด่วน !!!!!

การวิเคราะห์ครั้งนี้ ต้องยึดหลักการกันไว้ก่อนว่า "ข่าวนี้เป็นจริง"  ถ้าข่าวนี้ เป็นข่าวไม่จริง หรือเป็นข่าวปล่อยเพื่อต้องการอะไรก็ตาม ก็ตัวใครตัวมัน

เพราะข่าวบางข่าวนั้น เล่นกันหนักถึงที่ว่า "คุณทักษิณตายในจีนไปแล้ว"


ผมตามข่าวคุณทักษิณจากข่าวออนไลน์อย่างเดียว  บ้านผมไม่มีโทรทัศน์  หนังสือพิมพ์ก็ไม่ค่อยได้อ่าน นานๆ ถึงจะได้อ่านสักที  ตามร้านอาหารตอนรอกินข้าว

ตอนที่นายกปูไปจีน แล้วมีภาพออกมาตามที่ผมเสนอไปแล้วด้านบน  ผมก็นึกอยู่ในใจแล้วว่า จากสีหน้า หน้าตา

ผมว่า คุณทักษิณไม่มีความสุขเท่าไหร่นัก   คนที่มีความสุขหน้าตาจะไม่ออกไปอย่างนั้น

ผมได้เคยวิพากษ์วิจารณ์ภาพของคุณทักษิณไปแล้วในบทความไหนก็ไม่รู้ ที่คุณทักษิณถ่ายกับลูกสาว หน้าตาของคุณทักษิณก็ดูไม่มีความสุขเช่นเดียวกัน

ผมไม่ได้มีความเกลียดชังอะไรกับคุณทักษิณ แต่ผมมองในฐานะที่เป็นวิทยากรสอนการปฏิบัติธรรม ซึ่งยึดมั่นในเรื่องของกรรมดี กรรมชั่ว

คุณทักษิณทำกรรมชั่วไว้มากจริงๆ  ดังนั้น  เมื่อผลของกรรมชั่วเริ่มส่งผล  คุณทักษิณจึงได้รับแต่ความทุกข์  ทรมานอย่างเดียว

ผมเชื่อว่า คุณทักษิณต้องทำความดีมาบ้าง แต่ตอนนี้ กรรมดียังไม่ส่งผล  คุณทักษิณจึงต้องรับผลของกรรมชั่วๆ ล้วนๆ

ตอนที่คุณทักษิณเข้าวัดพระธรรมกาย  ไม่รู้เพื่อไปรักษาคะแนนเสียง ฐานมวลชน หรือด้วยใจศรัทธาก็ตาม

ไชยบูลย์มันก็เสือกเป็นสาวกของมารเสียอีก  ยิ่งเป็นการทวีผลของกรรมชั่วให้หนักหนาสาหัสขึ้นไปอีก

อยากจะพูดเหมือนใครบางคนว่า "กรรมสมัยนี้ มันส่งผลเร็วจริงๆ"

ในกรณีของข่าวที่ออกมาอย่างสับสน จนคนอ่านไม่รู้จะเชื่อใครดีนั้น  ถ้าถามผมว่า "คุณทักษิณติดอยู่ในจีนจริงหรือเปล่า"

จากการติดตามข่าว  ข่าวที่ว่าคุณทักษิณติดอยู่ในจีน ผมว่า "มีน้ำหนัก"  เพราะ ลูกๆ ของคุณทักษิณพยายามแก้ข่าวว่า คุณทักษิณมีความสุขสบายดีในดูใบ   แต่ก็ไม่มีรูปมายืนยัน

อย่างไรก็ดี ข่าวของคุณทักษิณนั้น ถูกกระแสข่าวการจับกุม พล.ต.ท. พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ อดีตผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลางกลบไปหมดแล้ว

ณ ช่วงนี้ ไม่มีใครสนใจเลยว่า คุณทักษิณจะอยู่หรือจะไป...






อีโบลาไวรัสมรณะล้างโลก




ภาพของใบปิดหนังด้านบนนั้น เป็นตัวอย่างของหนังที่เกี่ยวกับไวรัสมรณะล้างโลก  หนังทำนองนี้มีเยอะ  ผมก็ชอบดูมาก  ดูเกือบทุกเรื่อง 

แต่ผมไม่เคยคิดเลยว่า “จะมีเหตุการณ์จริงๆ เกิดขึ้นอย่างนั้น

พอมีข่าว “ไวรัสอีโบลา” ระบาด  คนตายเป็นร้อยแล้ว หมอ พยาบาลยังตาย และมีการปิดกั้นเขตที่เป็นโรคขึ้นมาจริงๆ 

ผมก็เปลี่ยนความคิด และคิดว่า พวกสร้างหนังนี่มันก็เก่งเหมือนกัน  โดยเฉพาะหนังสือเรื่อง Outbreak นั้น  ค่อนข้างสมจริงมากที่สุด

เพราะ ไวรัสในหนังที่ชื่อ โมทาบา คนแต่งเขาดัดแปลงมาจากไวรัสอีโบลาที่กำลังดังอยู่ในขณะนี้นี่แหละ

ในหนังบางเรื่องนั้น  มีคนพยายามหนีออกเขตกักกัน  ยังถูกพวกเจ้าหน้าที่ยิงตาย  ผมไม่รู้ในชีวิตจริงจะเป็นอย่างนั้นหรือเปล่าก็ไม่รู้

ตอนนี้ นักวิชาการชาวไทยออกมาเตือนเรื่องอีโบลากันมาก  ส่วนใหญ่แล้วก็ออกมาเตือนว่า “อย่าตระหนก”   ทำนองนี้ อีโบลามันไม่ได้ติดต่อกันง่าย

มีข่าวในผู้จัดการออนไลน์ เกี่ยวกับประเด็นของอีโบลา ดังนี้

โรคอีโบลาไม่ใช่โรคใหม่ มีมาเกือบ 40 ปี ระบาดมาแล้วกว่า 20 ครั้ง พบผู้ป่วยประมาณ 500 - 600 ราย แต่ยังสามารถควบคุมโรคได้ดี

โดยข้อมูลเมื่อวันที่ 27 ก.ค. มีรายงานผู้ป่วยแล้วมากกว่า 1,323 ราย เสียชีวิต 729 คน ไม่กระจายไปยังประเทศ หรือภูมิภาคอื่น
กล่าวอีกว่า โรคอีโบลามีระยะฟักตัว 2 - 21 วัน ผู้ป่วยจะมีอาการไข้สูงเฉียบพลัน อ่อนเพลีย คลื่นไส้ อาเจียน ท้องเสีย การอักเสบของตับ ไต รวมถึงมีเลือดออกคล้ายโรคไข้เลือดออก

เนื่องจากเชื้ออีโบลาทำให้การแข็งตัวของเลือดเสีย จึงทำให้มีอาการอาเจียนเป็นเลือด เลือดกำเดาไหล เลือดออกในอวัยวะภายใน และจะตายภายในสัปดาห์ที่ 2 ซึ่งอัตราป่วยตายอยู่ที่ 50 - 90%

ยังไม่มียารักษาเฉพาะและวัคซีนป้องกัน ต้องรักษาตามอาการ ซึ่งในคนที่มีภูมิต้านทานดี ร่างกายจะสามารถกำจัดเชื้อโรคได้เอง และหายเป็นปกติได้ ซึ่งที่ผ่านมาอัตราการรอดชีวิตคือ 40%

อย่างไรก็ดี  พวกบริษัทตาแหกก็ชักจะเริ่มตาเหลือกกันแล้ว  ขนาดข่าวแมงมุมแม่หม้ายสีน้ำตาลกัดคนตาย

แมงมุมไม่ว่าจะชนิดไหน  พวกบริษัทตาแหกก็ตามฆ่ากันไม่รู้ว่าเท่าไหร่ต่อเท่าไหร่แล้ว

ในความคิดเห็นของผมนั้น  ความไม่ประมาทเป็นหนทางที่ดีที่สุดในสถานการณ์อย่างนี้ เพราะ คนที่ติดเชื้ออีโบลาแล้ว  มีโอกาสตาย 100เนื่องจากยังไม่มียารักษา แต่จะตายช้าหรือเร็วเท่านั้น

ประเทศไทยก็มีโอกาสจะติดโรคนี้ได้  เท่าที่ผ่านมาโรคเอดส์พี่ไทยก็เป็นกับเขา  ไข้หวัดนกเราก็เป็นกับเขา  กรณีของไข้หวัดนกนี่ เราก็ดังติดระดับโลกเหมือนกัน

อย่างไรก็ดี  ผมขอยืนยันว่า คนไทยจะไม่ตายกันเป็นเบืออย่างแน่นอน  คนชาติอื่นไม่รู้นะ แต่คนไทยผมว่าเป็นอย่างนั้น

ก่อนอื่น เราดูตัวอย่างของโรคระบาดที่ฆ่าคนเป็นเบือกันก่อน

ระดับโลกเลยก็คือ แบล็กเดท (Black Death) หรือ กาฬมรณะ  วิกิพิเดีย สารานุกรมเสรี เขียนไว้ดังนี้

แบล็กเดท ( Black Death) หรือ กาฬมรณะ เป็นโรคระบาดทั่วครั้งที่ก่อความเสียหายมากที่สุดในประวัติศาสตร์มนุษย์

ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิตประเมินไว้ราว 75 ถึง 200 ล้านคน และทวีความรุนแรงที่สุดในทวีปยุโรประหว่างปี 1348–50

คาดว่าแบล็กเดทเริ่มต้นในจีนหรือเอเชียกลาง จากนั้นแพร่มาตามเส้นทางสายไหมและถึงไครเมียในปี 1346 และหมัดหนูตะวันออก (Xenopsylla cheopis) ซึ่งอาศัยอยู่ในหนูดำอันอยู่บนเรือพาณิชย์ทั่วไป น่าจะเป็นตัวนำโรคจากไครเมีย กาฬโรคได้แพร่ไปทั่วเมดิเตอร์เรเนียนและทวีปยุโรป

ประเมินกันว่ามีผู้เสียชีวิตเป็น 30–60% ของประชากรทั้งทวีปยุโรป กาฬโรคลดประชากรโลกจากที่ประเมินไว้ 450 ล้านคน ลงเหลือ 350–375 ล้านคนในคริสต์ศตวรรษที่ 14

พูดง่ายๆ ว่า แบล็กเดท (Black Death) ฆ่าคนยุโรปไปถึงหนึ่งในสาม  สิ่งที่แปลกก็คือ คนที่ไม่ตาย ก็ไม่ตายเฉยๆ เพราะ ในยุคนั้นไม่มียาใดๆ ที่จะรักษาโรคดังกล่าวได้เลย

ดูเหมือนกับว่า  โรคมันเลือกคนที่จะตาย  คนที่โรคมันไม่เลือก เขาก็ไม่เป็นอะไร เอาคนตายไปฝัง ไปเผาเสียด้วยซ้ำ

ในเมืองไทยเองก็มีเรื่องทำนองนี้ เช่น ฝีดาษระบาดในสมัยอยุธยา และอหิวาตกโรคหรือห่าแพร่ระบาดในช่วงต้นรัตนโกสินทร์

จนคนตายเป็นเบือเสียจนไม่มีเวลาเผาหรือฝังศพได้ ต้องทิ้งให้แร้งกากิน เป็นที่มาของตำนาน “แร้งวัดสระเกศ” คู่กับ “เปรตวัดสุทัศน์”

กลับมาถึงเรื่องคนไทยจะตายไม่มาก

ผมขอยืนยันด้วยวิชาธรรมกายว่า  ประเทศไทยมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งก็คือ จักรพรรดิที่เก่งที่สุดในอนัตตจักรวาลนี้แล้ว

ประเทศไทยอาจจะแพ้ประเทศอื่นๆ ในหลายเรื่อง แต่เรื่องสิ่งศักดิ์สิทธิ์นี้ เราเป็นมหาอำนาจอันดับหนึ่งแต่เพียงประเทศเดียว และไม่มีประเทศไหนจะตามทันได้เลย

สิ่งศักดิ์สิทธิ์หรือจักรพรรดินี่แหละ จะคุ้มครองคนดีให้อยู่รอดปลอดภัย  ไม่มีอันตรายใดๆ แผ้วพาน

ถ้าคุณอีโบลาจะมาเยือนเมืองไทยจริงๆ  ผมก็ขอให้ไปเยือนพวกนักการเมืองเลวๆ ข้าราชการเลวๆ พวกทำมาหากินโดยให้ศาสนาหลอกลวงประชาชน เช่น นางอุบลหน้าม้าบ้าพีระมิด หรือนางกาญจนา วงศ์สกล เป็นต้น

ขอให้พวกเลวๆ จังไรทั้งหลายพร้อมด้วยสาวกตายไปสัก 10 ล้านคน ประเทศไทยคงจะเจริญขึ้นมาก